ถึงคนที่รักที่อยู่บนฟ้า
posted on 12 Sep 2010 21:39 by lullscreen.............10 วันให้หลังจากที่ฉันได้เขียนเอนทรี่ ถึงคนที่ฉันรัก ฉันเสียแม่สุดที่รักของฉันไปอย่างไม่มีวันกลับ มันเป็นเพียงระยะเวลาไม่กี่วันหลังหลังจากได้แสดงความรู้สึกผ่านตัวอักษรเรียงร้อยออกมาเป็นข้อความสั้นๆเพียงสามย่อหน้าของฉัน ฉันไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นการทำงานเขียนที่รักครั้งสุดท้ายในขณะที่แม่ยังมีชีวิตอยู่
.............ช่วงหกเดือนแรกเป็นระยะเวลาที่ทรมานมาก ฉันพยายามจะเข้มแข็ง พยายามจะลุกขึ้นสู้กับทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งเรื่องที่บ้านที่น่าปวดหัว รวมถึงเรื่องเรียนของฉันเอง ฉันคล้ายกับคนไร้สติ ร้องไห้กับตัวเองแทบจะตลอดเวลา เหม่อมองไปมุมไหนของบ้านก็อดจะมีภาพของแม่ผุดขึ้นมาไม่ได้ น้ำตาไหลและความเสียใจที่มี มันเหมือนกบว่าโลกทั้งใบจะแตกออกเป็นสองฝั่ง มีด้านสว่าง และด้านมืด และฉันก็กำลังจะจมดิ่งไปในด้านที่มืดมิดนั้น ฉันบอกว่าฉันจะตั้งใจเรียน ตั้งใจอ่านหนังสือเตรียมสอบหมอ บอกว่าจะเลิกเล่นทุกสิ่งทุกอย่าง แต่เท่าที่ฉันเป็น ฉันเป็นแค่วัยรุ่นที่สับสนในชีวิต วันไหนคิดอยากจะใช้ชีวิตแบบสุดๆก็ทำ วันไหนตั้งใจจะเรียนก็เรียน อยากสบาย อยากอยู่เฉยๆ อยากหลับไปเรื่อยๆ ไม่อยากคิดอะไร อีกด้านหนึ่งของใจก็บอกว่าฉันสัญญาไว้ว่าจะตั้งใจเรียน เอนท์ให้ติด แต่ด้านมืดมันก็เยอะเหลือเกิน หลายคนที่โชคดีสามารถเปลี่ยนความเสียใจเป็นพลังให้ทำสิ่งดีๆได้ ในขณะที่ฉันโชคร้ายที่ทุกวันยิ่งทำตัวแย่ลง ไม่นึกอยากเรียน ไม่นึกอ่านหนังสือ ไม่คิดจะเอนท์ อยากจะทิ้งทุกอย่าง ปล่อยทุกอย่างให้ผ่านไป แล้วเชื่อว่าทั้งหมดที่เห็นหรือที่เป็นมันไม่เป็นความจริง มันทำให้ฉันกลายเป็นคนที่มีความคิดบ้าๆอย่างนึง คือฉันเชื่อว่าตอนนี้แม่ของฉันไม่มีรูปสังขารในโลกก็จริง แต่แม่มีวิญญาณ เรากอดแม่ไม่ได้ในโลกนี้ แต่เมื่อเราหลับฝัน เราจะกอดแม่ได้เสมอ มันเป็นการหลอกตัวเองที่น่าสมเพชจริงๆ ด้วยความคิดนี้ฉันใช้เวลากับการนอนไปมากมาย หวังว่าจะได้ฝันได้เห็นแม่ได้กอดแม่ได้บอกรักแม่บ้าง ความหวังของฉันก็ไม่ได้แห้งแล้งตลอดหรอก หลายครั้งที่ฉันฝันเห็นแม่ และทุกครั้งที่ฉันฝันเห็น ฉันเห็นแม่ในรูปที่มีความสุข แม่ที่อิ่มเอมกับความดีทุกอย่างบนโลก แต่ถึงยังไง แม้ในฝันฉันก็เห็นผู้หญิงตรงหน้าว่านั่นคือแม่ของฉัน ฉันกอด และบอกกับแม่ว่ารักแม่แค่ไหน ฉันรู้สึกว่ามันสมจริงมาก ทุกวันนี้ยังจำความฝันนั้น ความฝันที่แม่นั่งที่เตียงชั้นสองบนบ้านได้ แม่นั่งอยู่ แล้วฉันก็เข้าไปกอดแม่ บอกแม่ว่ารักแม่มาก แม่มองฉัน แล้วกระซิบกับฉันว่าแม่มาไม่ได้แล้วนะ ฉันถามว่าทำไม แม่บอกว่าแม่ขอเขามาบ่อยแล้ว เขาไม่ให้มาแล้ว ในฝันฉันอยากจะบอกกับแม่ว่าแล้วแม่ไม่รักฉันหรอถึงจะไม่มาแล้ว แต่ก็เหมือนมีอะไรทำให้ฉันไม่ได้พูด แล้วฉันก็ไม่ได้เห็นแม่ฉันในฝันอีกเลยนับจากฝันครั้งนั้น ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหากฉันได้ตัดพ้อแม่ไปในความฝัน ฉันจะยังได้เจอแม่อีกไหม สำหรับตอนนี้ หากฉันเลือกได้ ฉันก็ยังอยากเจอแม่อีก อยากเล่าทุกๆอย่างให้แม่ฟัง อยากเล่าโลกที่ฉันได้ไปเจอ อยากกอด อยากนอนหนุนตักแม่
.............ฉันพร่ำเพ้อมากมายกว่าครึ่งปี พอแม่ไม่มาหาฉันอีก ก็ไม่ได้ช่วยทำให้ฉันเป็นเด็กดีขึ้น แม้ใจจะรู้ว่าควรทำอะไรให้คนที่เรารักดีใจ แต่ฉันก็ไม่ทำ ฉันทำตรงข้ามทุกอย่างกับสิ่งที่ควรทำ ปีที่ควรต้องเรียนฉันกลับไม่เรียน ควรจะเอนท์ให้ติดฉันกลับรู้สึกว่าการเอนท์มันคือฝัน มันคือชะตาลิขิต ฉันปล่อยทุกอย่างต่อไปอีกครึ่งปี ก็รวมเวลาพอดี หนึ่งปีที่แม่จากไป 15 มกราคม 2553 ครบรอบวันที่แม่จากฉันไป ฉันได้สติอีกครั้งว่าควรทำอะไรต่อ ฉันควรอ่านหนังสือ ทำอย่างที่แม่หวัง เป็นอย่างที่แม่จะภูมิใจ แต่มันก็สายไป ผลที่ปรากฏออกมานั่นคือผลที่ฉันละทิ้งการเรียนมาเป็นเวลานานนั่นเอง ฉันสอบไม่ติดแพทย์ โดยที่ขาดคะแนนไปไม่มากนัก สามารถติดแพทย์รังสิตได้ แต่ฉันไม่ได้เลือก ขณะวันที่ประกาศผล ฉันพบแล้วว่าตัวฉันมันงี่เง่าแค่ไหน ที่ใช้เวลาอย่างไร้คุณค่ามาตลอด ทำความฝันของแม่ให้เป็นจริงไม่ได้ ฉันตัดใจมาลองลุ้นกับผลแอดมิดชั่นในคณะทันตแพทยศาสตร์แทน ตั้งใจอ่านหนังสือครั้งสุดท้าย และในครั้งนี้ฉันทำสำเร็จ ปัจจุบันนี้ฉันก็ได้ชื่อว่าเป็นนิสิตทันตแพทยศาสตร์คนหนึ่ง ฉันไม่คิดจะไปสอบหมออีกแต่อย่างใด เหตุผลสำคัญเป็นเพราะฉันคงไม่เก่งพอ และอย่างรองลงมาคือฉันยังเหลือความเชื่อว่าชะตาลิขิตให้ฉันมาเรียนอยู่อีกเล็กน้อย
.............แม้ตอนนี้จะผ่านมาเกือบจะครบปีที่สองแล้ว ฉันก็ยังคงร้องไห้น้ำตารินเสมอเมื่อคิดถึงแม่ ยังอยากได้เจอแม่ ยังอยากได้กอดแม่ ฉันเป็นเด็กที่ขี้แยมากจริงๆ ถ้าแม่รู้แม่ต้องเสียใจแน่เลยที่ฉันไม่เข้มแข็ง ฉันก็อยากเข้มแข็ง แต่พอไม่มีแม่ชีวิตฉันก็เหมือนขาดหาย เมื่อวานฉันนั่งคั้นกะทิ ทำงานที่ไม่ได้ทำมานานตั้งแต่แม่ยังอยู่ ฉันคิดถึงตอนที่เรายังอยู่ด้วยกันจับใจ แม่คั้นกะทิ ส่วนฉันก็เป็นตัวยุ่ง วิ่งไปวิ่งมารอบตัวแม่ คิดถึงไอเดียที่เราชอบคิดกัน ที่คั้นน้ำกะทิบ้าง เครื่องปอกผลไม้บ้าง ฉันอยากมีแม่มาเป็นกำลังใจ อยากมีแม่เป็นแรงบันดาลใจในงานเขียนของฉัน ตั้งแต่แม่ไม่อยุ่ ฉันไม่เคยเป็นฉันคนเดิมอีกเลย
แม่จ๋าลูกเรียนมาจะหมดเทอมแล้วนะจ้ะ เป็นการเรียนที่หนักที่สุดเท่าที่ลุกเคยเรียนมาเลยจ้ะ ลูกขยันเพิ่มมาขึ้นมาแล้วจริงๆนะจ้ะ อ่านหนังสือเกือบทุกวันเลยจริงๆ เหนื่อยแต่ก็จะสู้ต่อ อยากจบที่วิชาชีพนี้จ้ะ แม่คงภูมิใจที่ลูกแม่ได้เป็นหมออย่างที่แม่หวังนะจ้ะ เป็นแค่หมอฟันแต่ว่าลูกก็จะทำให้ดีที่สุดนะจ้ะ
รักแม่เสมอ ไม่ว่าจะภพจะชาติไหน
แม่จะยังเป็นแม่ของอู๋ตลอดไป อู๋รักแม่ที่สุดนะ
ปล.แม่คงไม่ว่า ถ้าลูกลืมว่าจะกลับมาบอกแม่ในบล็อกนี้ รักแม่
